การสาธิตโดยย...

คุณสามารถดาวน์โหลดไฟล์พีดีเอฟ (PDF) ของการสาธิตโดยย่อ (Quick Demo) ได้ ที่นี่.

ขั้นที่ 1: คลิก Add and Select Server เพื่อสร้าง Server ของคุณ, เพิ่ม Drive, Private VLAN หรือ Static IP ของคุณ

ในตอนนี้คุณอยู่ในคอนโทรลพาเนลแล้ว จากตรงนี้คุณสามารถเซตอัพ หยุด หรือสตาร์ตเซิร์ฟเวอร์ได้ รวมไปถึงการสร้างและบริหารจัดการไดรฟ์ทั้งหลายที่คุณติดตั้งบนเซิร์ฟเวอร์ของคุณด้วย

จะเซตอัพ Cloud Linux หรือ Windows Server ได้อย่างไร

ในเมนูบาร์ด้านบน คุณจะเห็นปุ่ม “Add” สำหรับการเพิ่มเซิร์ฟเวอร์และไดรฟ์ ให้คุณเพิ่มเซิร์ฟเวอร์ที่ชื่อว่า “test”, เลือก Pre-installed ด้วย CentOS Linux 5.5 และไดรฟ์ 50 กิกะไบต์ แล้วคลิกที่ปุ่ม “Add”

demo2 demo3

NOTE: หมายเหตุ: โปรดอย่าเลือก Type แบบ Pre-installed เมื่อใช้ Windows OS for DEMO เนื่องจากไมโครซอฟท์ (Microsoft) จะชาร์จเราแบบรายเดือน!

คุณสามารถเซตอัพ Pre-installed Server และ Drive สำหรับระบบปฏิบัติการทั่วไปหลายๆ ระบบได้ และนี่เป็นออปชันที่ใช้ได้ เมื่อคุณกำลังจะเพิ่มอินสแตนซ์ (instance) ใหม่ๆ เข้าไป

ขั้นที่ 2

เซิร์ฟเวอร์และไดรฟ์ของคุณจะปรากฎอยู่ในคอนโทรลพาเนล แต่สำหรับไดรฟ์จะแสดงเป็น “Imaging” ก่อนในตอนแรก ขณะที่ระบบปฏิบัติการจะถูกคัดลอกเข้าไปใส่ ให้คุณรอสัก 2-3 วินาที จนกว่าการประมวลผล Image จะเสร็จสิ้น

บนเซิร์ฟเวอร์ของคุณนั้น ให้คลิกที่ไอคอน Start และในเซิร์ฟเวอร์ของคุณ คุณจะเห็น IP address และ VNC password ซึ่งคุณจะต้องใช้สำหรับขั้นตอนต่อไป

demo4

คุณสามารถปรับเปลี่ยนสมรรถนะของเซิร์ฟเวอร์ได้ด้วย และโปรดดูให้แน่ใจว่า คุณได้ปิดเซิร์ฟเวอร์แล้ว ก่อนที่จะดำเนินการแก้ไขค่าคอนฟิกูเรชัน

demo5

ขั้นที่ 3: ติดตั้ง VNC

เราได้จัดเตรียมการเข้าถึง VNC พื้นฐานให้กับเซิร์ฟเวอร์ทุกๆ ตัว ที่มีการเริ่มต้นการทำงานจากไบออส (BIOS) อีกทั้งจะยอมให้คุณติดตั้ง กำหนดค่าคอนฟิกูเรชัน รวมถึงกู้คืนระบบปฏิบัติการของคุณได้ด้วย

ในการใช้งานปกติ คุณควรจะแอ็กเซสเข้าเซิร์ฟเวอร์ของคุณโดยวิธีการธรรมดาทั่วไป (เช่น โดย SSH, VNC ที่ติดตั้งภายในระบบปฏิบัติการของคุณทางพอร์ต 5901 หรือ Windows Remote Desktop/RDP เป็นต้น) ซึ่งจะช่วยให้ได้ประสิทธิภาพที่ดีกว่า

VNC access นั้นต้องการไคลเอนต์ที่สนับสนุน VNC protocol เวอร์ชันใหม่ๆ ซึ่งเราขอแนะนำ VNC client ดังต่อไปนี้ โดยขึ้นอยู่ระบบปฏิบัติที่คุณใช้เป็นสำคัญ:

วินโดวส์: แนะนำให้ใช้ TightVNC Viewer (ไม่ใช่ server)

ลินุกซ์: แนะนำให้ใช้ Vinagre (or others built on gtk-vnc)

แมคโอเอส: แนะนำให้ใช้ RealVNC (ในที่ที่ไม่มี Apple Remote Desktop, Chicken of the VNC หรือ JollysFastVNC ทำงานอยู่)

หมายเหตุ: RealVNC นั้นสามารถทำงานบน Windows, Linux และ MacOS ได้ถ้าคุณเลือก “Always use best available colour quality” – เวอร์ชันสำหรับ Linux และ MacOS จะมีให้ดาวน์โหลดได้ฟรี ภายใต้ Enterprise Edition Viewer

ขั้นที่ 4: เชื่อมต่อผ่าน VNC หรือ SSH

สตาร์ต VNC client ของคุณ แล้วป้อน IP address และ VNC password เข้าไปในส่วนของ Server box ในคอนโทรลพาเนลของเรา

เมื่อล็อกอินเข้าสู่ VNC นั่นจะเป็นการนำคุณไปสู่เวอร์ชวลเดสก์ทอป (virtual desktop) ของเซิร์ฟเวอร์
ให้ป้อนชื่อผู้ใช้เป็น “root” เพื่อล็อกอินเข้าโดยไม่ต้องใช้รหัสผ่าน หรือจะใช้ชื่อล็อกอินเป็น “toor” พร้อมรหัสผ่าน VNC ของคุณก็ได้ (กรณี Linux)

ให้ป้อนชื่อผู้ใช้เป็น “Administrator” เพื่อล็อกอินเข้าโดยไม่ต้องใช้รหัสผ่าน หรือจะใช้ชื่อล็อกอินเป็น “skalicloudR2” พร้อมรหัสผ่าน VNC ของคุณก็ได้ (กรณี Windows)

ตอนนี้เซิร์ฟเวอร์ของคุณก็จะเริ่มทำงานแล้ว โดยมันสามารถทำงานได้ครบทุกฟังก์ชัน และคุณสามารถสั่งชัตดาวน์ได้ โดยข้อมูลจะถูกเก็บอยู่ในไดรฟ์ อีกทั้งคุณสามารถสั่งรีบูต (รีสตาร์ต) อีกครั้งได้ ซึ่งข้อมูลก็จะยังอยู่เช่นเดิม รวมไปถึงค่าคอนฟิกูเรชัน และซอฟต์แวร์ที่คุณได้ติดตั้งลงไปด้วย

ออปชันที่จะสามารถใช้งานได้ เมื่อคุณกำลังเพิ่มอินสแตนซ์ใหม่เข้าไป:

  • คุณสามารถเพิ่มเซิร์ฟเวอร์เครื่องหนึ่ง หรือไดรฟ์ตัวหนึ่งได้เท่านั้น เมื่อคุณเพิ่มเซิร์ฟเวอร์หนึ่งๆ นั้น คุณจะได้ไดรฟ์ด้วย ซึ่งคุณสามารถบูตจากไดรฟ์นั้นได้ แต่เมื่อคุณเพิ่มเฉพาะไดรฟ์ตัวหนึ่งๆ คุณจะได้เฉพาะไดรฟ์เท่านั้น
  • คุณสามารถตั้งชื่อสำหรับเซิร์ฟเวอร์ และ/หรือไดรฟ์ได้ด้วย

จากนั้นเราจะมีขอบเขตของประเภทการติดตั้งดังนี้:

  • ติดตั้งแบบ Pre-installed: ใช้หนึ่งใน Standard image ของเรา และทำสำเนาของมันขึ้นบนไดรฟ์ตัวหนึ่งที่อยู่ในแอ็กเคานต์ของคุณเอง โดยเราจะมีทั้ง Image ของ Debian, Ubuntu และลินุกซ์ค่ายอื่นๆ ให้ รวมไปถึง Windows image ด้วย
  • ติดตั้งด้วยตัวเอง (self-install) จากซีดี: วิธีนี้เซิร์ฟเวอร์จะรันหนึ่งในซีดีติดตั้งที่เราจัดเตรียมเอาไว้ที่ศูนย์กลาง และมันจะถูกผูกกับไดรฟ์เปล่าๆ หนึ่งไดรฟ์ในแอ็กเคานต์ของคุณ โดยคุณติดตั้งจากซีดีไปยังไดรฟ์ ซึ่งเราจะมีออปชันสำหรับ Linux ของค่ายต่างๆ ให้เลือกอย่างหลากหลาย เช่นเดียวกับ FreeBSD และ Windows trial CD ประเภทต่างๆ ที่คุณสามารถติดตั้งแบบทดลองใช้งาน หรือจะเปิดการใช้งานด้วยกุญแจใบอนุญาต (License key) ของตัวคุณเองก็ได้
  • บูตจาก Live CD: เป็นการบูตจาก CD image ที่เตรียมเอาไว้ให้ที่ศูนย์กลาง โดยไม่จำเป็นต้องมีดาต้าสตอเรจที่ถาวร
  • บูตจากไดรฟ์ที่มีอยู่: ถ้าคุณมีไดรฟ์อยู่แล้ว และเพียงต้องการสร้างเซิร์ฟเวอร์ที่จะใช้ไดรฟ์นั้นได้เท่านั้นเอง

ฝ่ายสนับสนุน

ความเห็นของลูกค้า

““SKALI Cloud เป็นการปฏิวัติวิธีการต่างๆ ที่จะทำให้ผู้คนมองเรื่องของ Disaster Recovery แตกต่างไปจากเดิม เพราะเซิร์ฟเวอร์ของที่นี่สามารถทำงานและสำรองข้อมูลได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้นเอง พร้อมกับมีโซลูชันด้าน Business Continuity ให้อย่างเพียบพร้อมด้วย ซึ่งเราก็ได้แนะนำ SKALI Cloud ให้กับลูกค้าทุกรายที่กำลังมองหาวิธีการเรพลิเคต Offsite ของเขาด้วยซอฟต์แวร์ของเราอยู่””

ดร.เอ็ม.ซี.ซาจีฟ, ซีอีโอ, Microdium Limited
Back to Top

Follow us on Twitter and Facebook to receive updates regarding network issues, discounts and more.
2019 © SKALI Group.