เทคโนโลยี

ไดรฟ์และเซิร์ฟเวอร์คืออะไร และฉันจะใช้มันได้อย่างไร

ไดรฟ์ (drive) คือฮาร์ดดิสก์หรือซีดีแบบกายภาพ ซึ่งจะเก็บระบบปฏิบัติ แอพพลิเคชัน และข้อมูลของคุณเอาได้ อีกทั้งจะทำงานในขั้นตอนต่างๆ ของการบูตและรีบูตด้วย
ส่วนเซิร์ฟเวอร์ (server) นั้นเป็นเวอร์ชวลแมชีนอินสแตนซ์ (virtual machine instance) และอาจจะมีไดรฟ์อยู่หนึ่งไดรฟ์หรือมากกว่านั้นก็ได้ โดยมันอาจจะเปิดทำงานอยู่หรือปิดอยู่ก็ได้ และเมื่อเซิร์ฟเวอร์กำลังทำงานอยู่นั้น คลาวด์ก็จะทำการจัดเตรียม VNC access เอาไว้ให้คุณ โดยคุณสามารถกำหนดค่าคอนฟิกให้ซีพียู เมโมรี ไดรฟ์ และไอพีแอดเดรสให้สามารถใช้งานตามความต้องการได้
คู่แข่งบางรายของเรามักจะมีผลิตภัณฑ์ที่มีความยืดหยุ่นน้อยกว่าเราตรงส่วนที่เซิร์ฟเวอร์ทุกๆ เครื่องจะมีไดรฟ์เพียงไดรฟ์เดียวเท่านั้น ทว่าวิธีการของเราจะทำให้ทุกอย่างสะดวกสบายกว่านั้น โดยการยอมให้คุณติดตั้งไดรฟ์หลายๆ ไดรฟ์เข้าไปในเซิร์ฟเวอร์เพียงตัวเดียวได้ หรืออาจจะสร้างคอนฟิกูเรชันทางเลือก (alternative configurations) หลายๆ แบบ ที่สามารถบูตจากไดรฟ์ตัวเดียวกันได้ (อย่างไรก็ตาม ในแต่ละครั้งจะมีเพียงเซิร์ฟเวอร์ที่กำลังทำงานอยู่เพียงตัวเดียวเท่านั้น ที่จะสามารถเข้าถึงไดรฟ์ที่ต้องการได้)

ขนาดของไดรฟ์และเซิร์ฟเวอร์นั้นเขาวัดกันอย่างไร

เช่นเดียวกับฮาร์ดไดรฟ์ทางกายภาพนั่นเอง เวอร์ชวลไดรฟ์จะวัดกันเป็นกิกะไบต์ (gigabytes) โดยเซิร์ฟเวอร์จะมีองค์ประกอบสองส่วนหลักๆ ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ นั่นคือขนาดของหน่วยความจำ (หน่วยเป็นเมกะไบต์) และขนาดของความเร็วซีพียู (หน่วยเป็นเมกะเฮิรตซ์)

ฉันจำเป็นต้องใช้เซิร์ฟเวอร์และไดรฟ์ขนาดใหญ่เพียงใด

โดยปกติแล้วจะขึ้นอยู่กับแผนงานโดยรวมของคุณเป็นหลัก และความต้องการของแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันออกไป อย่างไรก็ตาม จุดเริ่มต้นที่ดีก็คือการเลือกขนาดและค่าคอนฟิกูเรชันต่างๆ แบบเดียวกับกรณีที่คุณจะซื้อเซิร์ฟเวอร์ทางกายภาพทั่วไป (physical server) เพื่อทำการติดตั้งแอพพลิเคชันต่างๆ ตามความประสงค์นั่นเอง

ฉันจะสามารถสร้างเซิร์ฟเวอร์ได้อย่างไรบ้าง

*ที่ด้านขวาของคอนโทรลพาเนลในแอ็กเคานต์ของคุณ คุณสามารถคลิก Add Server wizard เพื่อสร้างเซิร์ฟเวอร์ไปตามลำดับได้ โดยเรามีออปชันให้เลือกดังนี้:
o ใช้ Pre-installed system
o ใช้ Self-install จากซีดี โดยจะมี Installation CD หลากหลายชุดให้คุณเลือก ตามแต่ระบบปฏิบัติการที่แตกต่างกันออกไป
o อัพโหลดซีดีของคุณเอง แล้วทำการบูตเซิร์ฟเวอร์จากซีดีนั้นๆ

ตรวจดูให้แน่ใจว่าคุณสร้างไดรฟ์ขนาดใหญ่พอที่จะเก็บระบบปฏิบัติการ แอพพลิเคชัน และข้อมูลต่างๆ ได้หรือไม่

ฉันสามารถเข้าถึงและควบคุมเซิร์ฟเวอร์ของฉันได้อย่างไรบ้าง

คลาวด์จะมีการจัดเตรียม VNC access พื้นฐานให้เซิร์ฟเวอร์อยู่แล้ว ซึ่งมันจะทำงานจาก BIOS ต่อไป แล้วจะยอมให้คุณติดตั้ง กำหนดค่าคอนฟิกูเรชัน และกู้ระบบปฏิบัติการของคุณได้ แม้ว่าจะยังไม่มีแอพพลิเคชันใดๆ รันอยู่ในเซิร์ฟเวอร์ของคุณก็ตาม และตามการใช้งานปกตินั้น คุณควรจะเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ของคุณได้ โดยวิธีการพื้นฐานแบบโลคัลทั่วไป (เช่น ใช้ SSH หรือ VNC ที่ติดตั้งอยู่แล้วในระบบปฏิบัติการผ่านพอร์ต 5901 หรือใช้ Windows Remote Desktop/RDP เป็นต้น) ซึ่งจะให้ประสิทธิภาพได้ดีกว่า

คุณแนะนำซอฟต์แวร์ VNC ตัวใดให้กับเราบ้าง

บริการ VNC ของเราจะต้องการไคลเอนต์ที่มีความทันสมัยสักหน่อย ซึ่ง TighfVNC จะสามารถทำงานได้ดีบนวินโดวส์ และซอฟต์แวร์ Client-based บน gtk-vnc อย่าง Vinagre นั้นจะทำงานได้ดีบนลินุกซ์ ในขณะที่ RealVNC Enterprise Viewer จะทำงานได้ดีทั้งบนลินุกซ์ วินโดวส์ และแมคโอเอสถ้าคุณเลือก “Always use best available colour quality” โดยเวอร์ชันสำหรับลินุกซ์และแมคโอเอสนั้นจะมีให้ดาวน์โหลดได้ฟรีภายในหัวข้อ “Enterprise Edition Viewer” ในเว็บไซต์ RealVNC
อย่างไรก็ตาม ทั้ง Apple Remote Desktop VNC client, Chicken of the VNC และ JollysFastVNC จะทำงานได้ไม่ดีนักบน MacOS เนื่องจากซอฟต์แวร์เหล่านี้ไม่สนับสนุนคุณสมบัติที่เป็นโพรโตคอลใหม่ๆ ที่เราใช้อยู่นั่นเอง

เซิร์ฟเวอร์หรือไดรฟ์แต่ละตัวที่มีขนาดใหญ่สุดจะมีขนาดเท่าใด

เซิร์ฟเวอร์เดี่ยวๆ ที่ใหญ่สุดที่คุณสามารถสร้างได้คือ มีหน่วยประมวลผล 32000 คอร์-เมกะเฮิรตซ์ และหน่วยความจำ 12288 เมกะไบต์ โดยมีดิสก์ขนาด 2 เทราไบต์หนึ่งตัวหรือมากกว่านั้น

เซิร์ฟเวอร์หรือไดรฟ์ขนาดเล็กสุดมีขนาดเท่าใด

เซิร์ฟเวอร์เดี่ยวๆ ที่เล็กสุดที่คุณสามารถสร้างได้คือ มีหน่วยประมวลผล 500 คอร์-เมกะเฮิรตซ์ หน่วยความจำ 256 เมกะไบต์ โดยมีไดรฟ์ขนาด 1 กิกะไบต์ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะถือว่าเพียงพอกับอุปกรณ์ Linux อย่างเช่น DNS server เป็นต้น

ฉันสามารถมีเซิร์ฟและไดรฟ์ได้มากน้อยเพียงใด

ในบัญชีใช้งานหรือแอ็กเคานต์ของคุณนั้น จะไม่ได้มีการจำกัดจำนวนเซิร์ฟเวอร์และไดรฟ์เอาไว้แต่อย่างใด

โครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพของ SKALIcloud ตั้งอยู่บนพื้นฐานของอะไร

เวอร์ชวลไลเซชันโฮสต์ (virtualisation host) ใน Serdang IDC ของเราจะเป็นเครื่อง Dual eight-core AMD Opteron 6128 ที่มีความเร็ว 2.0 กิกะเฮิรตซ์ พร้อมกับหน่วยความจำ 48 กิกะไบต์ และไดรฟ์ขนาด 2 เทราไบต์จำนวน 3 ไดรฟ์ต่อโหนด โดยจะรัน In-house Cloud Hosting Platform ของเราอยู่ ซึ่งจะสร้างอยู่บนเทคโนโลยีแบบโอเพนซอร์ส (open source) เสียเป็นส่วนใหญ่ เช่น Linux, qemu-kvm, LVM และ iSCSI เป็นต้น ในขณะที่ดิสก์จะได้รับการจัดทำเป็น RAID 1 และเวอร์ชวลดิสก์จะได้รับการจับจองนอกเหนือไปจากพูลของอะเรย์ RAID 1 ดังกล่าว

เซิร์ฟเวอร์และไดรฟ์ของฉันจะมีการแจกจ่าย (distributed) ออกไปในระหว่างโฮสต์ทางกายภาพอย่างไร

ในการสร้างไดรฟ์ขึ้นมานั้น อันที่จริงแล้วมันคือการจับจองโดยการสุ่มเลือกโฮสต์ที่มีพื้นที่ว่างเพียงพอขึ้นมา และเมื่อคุณเปิดเครื่องเซิร์ฟเวอร์ขึ้นมา ระบบของเรามักจะผูกไดรฟ์เข้ากับโฮสต์ทางกายภาพที่เก็บไดรฟ์ดังกล่าวอยู่ ซึ่งถ้าหากเป็นกรณีนี้ เซิร์ฟเวอร์จะสามารถเข้าถึงดิสก์ทางกายภาพได้โดยตรงเลย แต่ถ้าโฮสต์ที่มีไดรฟ์ติดตั้งอยู่ดังกล่าวมีงานต้องทำมากเกินไป เซิร์ฟเวอร์ก็จะเริ่มต้นทำงานบนโฮสต์ตัวที่อยู่ใกล้ๆ โดยจะเข้าถึงสตอเรจผ่าน Peer-to- Peer iSCSI บน Gigabit Ethernet

ไดรฟ์ของฉันตัวหนึ่งทำแบ็กอัพให้อีกตัวหนึ่งไว้ ฉันสามารถระบุให้ไดรฟ์ทั้งสองต้องติดตั้งอยู่ในโฮสต์กายภาพคนละเครื่องกันได้หรือไม่ เพื่อความยืดหยุ่น มั่นคง และสามารถใช้แทนกันได้

ได้ แม้ว่าความสามารถดังกล่าวจะถือว่าเป็นคุณสมบัติใหม่ และสามารถทำได้ผ่าน API เท่านั้นก็ตาม

คำว่าคอร์-เมกะเฮิรตซ์ (core-MHz) นั้นหมายถึงอะไร

สมรรถนะด้านความเร็วของซีพียูในปัจจุบันจะพิจารณาจากทั้งความเร็วนาฬิกา (clock speed) ของโพรเซสเซอร์ (วัดเป็นเมกะเฮิรตซ์) และจำนวนหน่วยทำงานอิสระ (คอร์) ซึ่งสำหรับการออกแบบโพรเซสเซอร์นั้น แบนด์วิดธ์ของซีพียูจะเป็นสัดส่วนโดยคร่าวๆ ของผลคูณของสองปัจจัยดังกล่าวนี้

โดยปกติแล้ว ถ้าคุณสร้างเวอร์ชวลเซิร์ฟเวอร์ด้วย CPU 2000 core-MHz คุณอาจจะคาดหวังประสิทธิภาพโดยคร่าวๆ ได้เท่ากับ Single Core ของ AMD Opteron 6128 ความเร็วนาฬิกาที่ 2.0 GHz และประสิทธิภาพนี้จะผันแปรเชิงเส้นตามสัดส่วนของ core-MHz

ฉันจะเซตค่า CPU core ได้อย่างไร

ส่วนนี้จะอยู่ตรง Advanced Settings ในหน้า Server Configuration page (คลิก Edit เมื่อเซิร์ฟเวอร์ของคุณอยู่ในสถานะ Power off เพื่อหาหน้านี้)

ซีพียูสูงสุดสำหรับเซิร์ฟเวอร์เดี่ยวอยู่ที่เท่าไร

ค่าซีพียูสูงสุดสำหรับเซิร์ฟเวอร์เดี่ยวจะอยู่ที่ 32000 core-MHz

ซีพียูต่ำสุดสำหรับเซิร์ฟเวอร์เดี่ยวอยู่ที่เท่าไร

ค่าซีพียูต่ำสุดสำหรับเซิร์ฟเวอร์เดี่ยวจะอยู่ที่ 500 core-MHz

ปุ่ม Shutdown, Hard Power Off และ Hard Reset ทำอะไรบ้าง

ปุ่ม Shutdown จะส่งสัญญาณของปุ่มเพาเวอร์ ACPI ไปยังระบบปฏิบัติการของเซิร์ฟเวอร์ โดยมันจะทำหน้าที่เหมือนปุ่ม “Soft Power-off” ในเครื่องคอมพิวเตอร์ทางกายภาพทั่วไป และโดยปกติแล้ว ระบบปฏิบัติการจะได้รับการกำหนดค่าคอนฟิกูเรชันให้ Shutdown หรือ Hibernate เมื่อมีการกดปุ่มนี้

ปุ่ม Hard Reset จะส่งการขัดจังหวะแบบ Non-maskable ไปยังซีพียูของเซิร์ฟเวอร์ในแบบเดียวกับที่ปุ่ม Reset ในเครื่องทางกายภาพทำ โดยคุณควรจะใช้ปุ่มนี้เฉพาะเมื่อเซิร์ฟเวอร์เกิดแครช (crash) จริงๆ เท่านั้น แต่ถ้าไม่ใช่การแครชแล้ว คุณควรจะ Reboot เครื่องจากภายในระบบปฏิบัติการของคุณจะดีกว่า

ปุ่ม Hard Power Off จะเป็นการดำเนินการแบบเดียวกับการที่คุณปิดเครื่องทางกายภาพโดยการกดปุ่มปิดเครื่อง ซึ่งคุณควรจะใช้คำสั่งนี้เฉพาะเมื่อเซิร์ฟเวอร์ของคุณแครชเท่านั้น ถ้าไม่ใช่กรณีดังกล่าว คุณควรจะปิดเครื่องโดยการใช้ปุ่มจากภายในระบบปฏิบัติการของคุณเท่านั้น

หน่วยความจำสูงสุดของเซิร์ฟเวอร์เดี่ยวอยู่ที่เท่าไร

หน่วยความจำมากสุดสำหรับเซิร์ฟเวอร์เดี่ยวจะเป็นแรม (RAM) ขนาด 12,288 เมกะไบต์ โดยโหนดทางกายภาพ (physical node) ของเราจะมีหน่วยความจำกว่า 48 กิกะไบต์ อย่างไรก็ตาม อย่างไรก็ตาม เราได้สงวนทรัพยากรบางส่วนเอาไว้สำหรับการใช้งานแบบเฉพาะช่วงเวลา เพื่อใช้เป็น Bursting capacity ด้วย

หน่วยความจำน้อยสุดในเซิร์ฟเวอร์เดี่ยวอยู่ที่เท่าไร

หน่วยความจำต่ำสุดสำหรับเซิร์ฟเวอร์เดี่ยวเครื่องหนึ่งนั้น จะเป็นหน่วยความจำแรมขนาด 256 เมกะไบต์

จะเกิดอะไรขึ้นกับข้อมูลของฉัน เมื่อเซิร์ฟเวอร์ของฉันถูกปิดลง

ข้อมูลที่ถูกจัดเก็บอยู่ในเวอร์ชวลไดรฟ์ของคุณจะยังคงอยู่เสมอ และจะพร้อมใช้งานเมื่อคุณรีสตาร์ตเครื่องอีกครั้ง เช่นเดียวกับที่เป็นในฮาร์ดดิสก์ทางกายภาพ (physical hard disk) นั่นเอง นั่นหมายความว่าคุณสามารถติดตั้งซอฟต์แวร์ และบันทึกสิ่งที่ต้องการได้แบบเดียวกับที่ทำในเซิร์ฟเวอร์ทางกายภาพเลย

ไดร์ฟแต่ละตัวจะมีขนาดใหญ่สุดเท่าไร

ขนาดไดรฟ์ใหญ่สุดอยู่ที่ 2 เทราไบต์ บน RAID 1

ไดร์ฟแต่ละตัวจะมีขนาดเล็กสุดเท่าไร

ไดร์ฟขนาดเล็กสุดคือ 1 กิกะไบต์ บน RAID 1

ฉันจะผูก (attach) ไดรฟ์มากกว่าหนึ่งตัวเข้ากับเซิร์ฟเวอร์หนึ่งตัวได้อย่างไรบ้าง

คุณสามารถเซตค่าดังกล่าวได้ที่ Server Configuration page (คลิก Edit เมื่อเซิร์ฟเวอร์ของคุณอยู่ในโหมด Powered Off เพื่อมองหาหน้าดังกล่าว)

ฉันสามารถผูกไดรฟ์เพียงตัวเดียวเข้ากับเซิร์ฟเวอร์เกินกว่าหนึ่งตัวได้อย่างไร

ไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ แต่คุณสามารถรันโพรโตคอลสำหรับแชร์ไฟล์ (file sharing protocols) อย่างเช่น NFS หรือ Windows File Sharing จากเซิร์ฟเวอร์เครื่องหนึ่งร่วมกับเซิร์ฟเวอร์อีกเครื่องหนึ่ง โดยผ่านเครือข่ายส่วนตัว (private network) แบบ VLAN ได้

ฉันเพิ่งได้อัพโหลด ISO9660 image (.iso file) เข้าไป แล้วฉันจะบูตเซิร์ฟเวอร์จากไฟล์ดังกล่าวได้อย่างไรบ้าง

บนหน้า Server Configuration Page นั้น ให้กำหนดชนิดของไดร์ฟที่ใส่อิมเพจเข้าไปเป็น CD-ROM และตรวจดูให้แน่ใจว่า Boot Radio button ที่อยู่ใกล้ๆ กันถูกเลือกอยู่ และถ้าคุณกำลังทำการติดตั้งเซิร์ฟเวอร์จากซีดีอยู่ โปรดทราบว่าคุณจำเป็นต้องมีไดรฟ์อีกตัวหนึ่ง ที่ผูกอยู่กับไดรฟ์ที่คุณติดตั้งระบบปฏิบัติการของคุณเอาไว้

ไดรฟ์ IDE, SCSI และ Virtio แตกต่างกันอย่างไร คุณอยากแนะนำให้ใช้ไดรฟ์ชนิดไหน

ในทางปฏิบัติแล้ว คุณควรจะยึด IDE emulation เป็นหลัก ซึ่งมันจะมอบประสิทธิภาพและความเข้ากันได้ (compatibility) กับองค์ประกอบอื่นๆ เป็นอย่างดี ในขณะที่ไดรฟ์ SCSI และ Virtio นั้นจะเน้นไปที่การใช้งานแบบพิเศษเสียมากกว่า (ไดรฟ์ Virtio ของเราจะมี Writeback caching enabled ให้ด้วย ดังนั้นคุณจึงจำเป็นต้องใช้ลินุกซ์ 2.6.32 ขึ้นไป ซึ่งจะสนับสนุน Barriers over Virtio เพื่อให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัย)

ฉันสามารถจะคาดหวังถึงประสิทธิภาพของสตอเรจได้มากน้อยเพียงใด

คุณน่าจะคาดหวังว่าจะได้ประสิทธิภาพในการอ่านและเขียนแบบสตรีมมิง (streaming) ประมาณ 30-40 เมกะไบต์ต่อวินาที (MB/s) จากเวอร์ชวลไดรฟ์ได้ อย่างไรก็ตาม การที่มีผู้ใช้งานรายอื่นๆ แอ็กเซสเข้ามาใช้งาน RAID array ภายในเวลาเดียวกันจำนวนมากๆ นั้น อาจส่งผลให้ประสิทธิภาพโดยรวมลดลงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงพีคไทม์ (peak time) ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อการเขียน (writes) มากกว่าการอ่าน (reads) เนื่องจากเราอาจจะไม่สามารถเขียนแคช (cache) ลงดิสก์ได้อย่างปลอดภัย โดยเฉพาะเมื่อต้องทำอย่างเร่งรีบ

How do I get a static IP address?

Servers are configured with a dynamic IP by default, but you can purchase a subscription for as many static IP addresses as you need through the subscriptions page in your account. You then need to allocate the actual addresses by clicking ‘add static IP’ on the control panel, and configure the static IP in your server configuration.

How do I use multiple static IPs on the same server?

You will need to configure this inside your server. The networking option on the server configuration page sets the IP address only in which the server is supplied by DHCP (Dynamic Host Configuration Protocol) and which is used for VNC (Virtual Network Computing). This should be the ‘primary’ IP of the server, but you can also use any other static IPs in your account if you configure these inside your server operating system.

How do I remove a static IP address from my account?

Since all the static IP addresses in your account are available to be used by all servers at any time, then you will need to stop your servers before you will be able to delete a static IP address from your account.

How do I set reverse DNS for my static IP addresses?

Please email us with the IP address, host name and account email details and we will set this up for you.

What internet bandwidth can I expect? Is this limited?

In each of our availability zones, your virtual machines are connected directly to a major ISP backbone network at 100Mbps or 1Gbps speed. We do not cap or throttle the connection.

How can I track my bandwidth usage?

A report of received, transmitted and total bandwidth for your account is shown on your billing page, with links to display traffic graphs. You can edit the URL parameters on these graphs to adjust the timeframe and offset.
Per-server traffic graphs are available from the control panel. There is a link next to the VNC IP address when the server is running.

What happens if I exceed my subscribed bandwidth limit?

In the event that you have exceeded your subscribed bandwidth limit, you will be charged the hourly burst rate for additional bandwidth usage and this will be deducted automatically from your prepaid balance. When your prepaid balance runs out there is a buffer of 10-20 GB which you can use. After that your servers will be automatically shut down.
As your prepaid balance is being used up, you will receive warning emails, letting you know you should top up (or increase your subscriptions).

Do you charge for network bandwidth?

Yes. We charge for both inbound and outbound traffic. We do not cap or throttle the bandwidth to / from your servers. See our pricing page for details – View More.

Will I be charged for bandwidth between my servers?

Yes, we charge for all bandwidth usage that does not go over a private VLAN.

What is a private VLAN and why would I use it?

A VLAN acts like a private Gigabit Ethernet Switch connecting your servers together via a second virtual Ethernet card in each server. This network is isolated from the internet and other customers. Bandwidth over a VLAN is not chargeable.

How can I configure a private VLAN?

First, purchase a private VLAN subscription. Then add it to your account in the control panel. Then, edit each server’s configuration in order for you to be able to use your private VLAN. This is under the Advanced settings.

Do private VLANs work between your availability zones?

No. A private VLAN can only be set up within a single availability zone, so any traffic sent between our different availability zones will be charged at the standard rates.

What is the difference between the virtual network cards you offer? Which do you recommend?

We recommend the Intel PRO/1000 as it is the fastest, and is widely supported in modern operating systems. If you are running a relatively old OS, such as Windows XP, the Realtek RTL8139 is an older model which should be supported by your OS.

Do you block any network traffic?

We block outbound connections to smtp, ftp, ssh and telnet servers to prevent abuse of our trials for sending spam or conducting dictionary attacks against other internet hosts. Port 5900 is used for running the VNC console.

How can I send email from my servers? Can you lift the SMTP block?

# We are happy to lift the SMTP( (Simple Mail Transfer Protocol) block to enable you to s send emails from your servers. Please email us to request this, confirming that:

* any mailing lists you run on the servers are strictly opt-in, and
* all messages sent to those mailing lists contain instructions on how to unsubscribe.

How can I connect to my server over a VPN?

You would need to run VPN (Virtual Private Network) software inside your server, just as if it were a physical server.

How can I upload my own ISO CD images?

# You are welcome to provide your own ISO CD images to use on your servers. You can upload these in one of three ways:

* by using our API (Application Programming Interface) with the skalicloud-upload script;
* by FTP (File Transfer Protocol) to ftp.skalicloud.com with username ‘elastic’ and password ‘elastic’; or
* if the drive is less than 1GB, use the drive upload web form found under ‘Edit drive’.

How can I upload my own server images?

You can use any of the methods mentioned in the previous question to upload a server image to your account. Using our API upload tool is likely to be the best choice if the image is large, as this uploads in chunks and has the option of resuming an interrupted upload.
We can also accept USB hard drives with drive images on, to copy across directly. Please contact us if you would like further details of this.

What format server images do you support?

We accept only raw drive images that are the same as a physical drive, with block device, partition tables etc.

How can I migrate Linux KVM or QEMU virtual machines into your cloud?

If your drive is already in the raw format supported by these hypervisors, it is then ready to be uploaded using our API upload tool unchanged, as described above.
If your drive is in qcow2 (QEMU Copy On Write), format, you will need to convert it to raw format before uploading. You can do this with the command:

qemu-img -f qcow2 -O raw drive.qcow2 drive.raw

where drive.qcow2 is the qcow2 file you need to convert to the raw file drive.raw.

How can I migrate VMware virtual servers into your cloud?

You will need to convert the drives in VMware vmdk format (Virtual Machine Disk format) into raw files before you can upload them with our API upload tool. To do this, you will need the qemu-img command distributed as part of qemu and qemu-kvm. Run it as:

qemu -f vmdk -O raw drive.vmdk drive.raw

to convert the vmdk drive drive.vmdk into a raw file drive.raw.

How can I migrate physical servers into your cloud?

If you have physical servers that you would like to migrate into our cloud, you should boot your server from a live CD and then run the skalicloud-upload script to upload the hard disk block device. However, please note that uploading a large drive this way can take a very long time depending on your internet connectivity. It may be quicker to install afresh in our cloud and copy your data across.

Can I send you data on a physical disk to copy into my account?

Yes, please refer to the posting above.

How do I resize my server?

When your server is powered off, go into the server configuration page, then simply adjust the CPU and memory settings.

Can I change the size of my server whilst it is running?

No. Operating systems are not able to recognise changes of this sort and would crash if we enabled them.

How do I grow my disk?

To increase the size of your drive, shut down the server that it is attached to, choose ‘Edit’ for that drive in your control panel and increase the size in the dialog. After resizing the disk, you can now restart your server attached to it; but will then need to grow any partitions and filesystems on it to utilise the extra space. (Our preinstalled linux images do not have partitions but just a single filesystem filling the entire drive, so it is sufficient to run resize2fs directly on the hard disk block device node to grow this filesystem.)

How do I shrink my disk safely?

It is very important to shrink the size of your filesystem and any partitions by using your operating system BEFORE you attempt to shrink the drive itself! If you fail to do this, it will result in the end of the filesystem to be chopped off when you shrink the drive which will lead to serious corruption. If in doubt, we strongly advise against any attempts at shrinking a drive due to this risk. However, once you are sure that it is safe to do so, you can shrink the virtual drive by shutting down the attached server and decreasing the drive size via the control panel.

How do I scale automatically with load?

You can use our API to start and stop servers when your application detects that it needs extra computing power. Building an application which scales across multiple machines like this is done in the same way as it would be on a physical hardware which you could programmatically turn on and off, but is beyond the scope of this FAQ.

How do you recommend configuring server clusters appropriate for each stage in my website’s growth?

* Whilst the exact answer will vary according to your web application’s architecture, we recommend the following cluster architectures to back a typical site as it grows, progressing in order:
1. Single small server with standard disk, running entire LAMP stack.
2. Single large server with dedicated disk, running entire LAMP stack.
3. Multiple large servers in classic 3-tier web application architecture, interconnected over private network VLAN:
ß Clustered database servers with dedicated disk
ß Front-end application servers with standard disk
ß Load balancer(s) running Pound, HAproxy (High Availability Proxy), etc

Note that in the second stage a single larger server with dedicated disk will characteristically give better performance than splitting immediately into multiple small servers, since disk I/O is improved and there are no extra latencies from cross-network communication.

What can I do with your API?

Our API allows you to do everything you can do on our web control panel: the web control panel is actually implemented on top of the API.

How do I use your API?

Please refer to our API page for details of how to use our API.

How do I start a powered off server using your API?

Powered-off servers exist only at the web interface level and are not yet exposed through our API. If you create a running server through the API, it will disappear when powered off. Persistent servers will be exposed in the next API release, which is due very shortly.

What redundancy does your infrastructure provide?

Our virtual drives are allocated on RAID1 disk arrays. These provide a similar level of reliability to RAID1 on a traditional dedicated server, and ensures that any failure on one virtualisation host will not affect others. By contrast, many of our competitors use centralised disk servers (SAN/NAS) which act as a single point of failure.

What is your uptime guarantee?

Our SLA offers compensation whenever we fail to meet our 100% uptime guarantee. Please refer to our Terms of Service for more details.

What solutions do you recommend for backups?

We do not provide an integrated backup service, but you can backup your data yourself, either by running a backup server on our infrastructure or by using a third-party backup service such as rsync.net.
If you run your backup server in the same availability zone as the main server, you can transfer data between the two for free over a VLAN, but both would be affected by a catastrophic failure of the entire availability zone. On the other hand, you can survive such failures if you provision your backup server in another availability zone, however the bandwidth utilised between the two sites will be billable.

Can I make a backup copy of a drive?

We provide a drive copy function which duplicates a drive. You have to power down a server while this takes place, and it may take some time if the drive is large. We aim to introduce instant snapshots in the medium term run, which will be possible even while a server is running.

How do I set up a firewall on my servers?

We recommend running a  firewall software inside your servers (Windows built-in, or Linux iptables).

How can I disable VNC on a server?

On the server configuration page, you can disable VNC (Virtual Network Computing) access by leaving the VNC password field blank.

How can I encrypt VNC connections to a server?

We do support TLS VNC through the utilisation of the VeNCrypt extensions, which some VNC clients support. You can enable this option through the advanced settings in the server configuration page. Note that there are several incompatible schemes for TLS on VNC. It is noted that gtk-vnc/vinagre on Linux is a popular client that works with VeNCrypt

What access do SKALIcloud staff have to my servers?

SKALIcloud staff do not have access to your server passwords. The only access they have is the ability to see the VNC display, which they may use from time to time to check that your server is running.

How do I set up load balancing between my servers? Which tools do you recommend?

We recommend that you set up a small server in your cluster, running a load balancer, such as HAProxy or Pound, and connect it to your backend web servers over a VLAN.

How can I configure my system to fail over between your two clusters?

The easiest way of configuring failover is to use a DNS-based failover method. Set a low TTL on the A record for your website to avoid excessively long caching, and alter this to point to the backup server when the production server is down. There are third-party DNS providers who offer this kind of service as part of their DNS hosting offering.

ฝ่ายสนับสนุน

ความเห็นของลูกค้า

““SKALI Cloud เป็นการปฏิวัติวิธีการต่างๆ ที่จะทำให้ผู้คนมองเรื่องของ Disaster Recovery แตกต่างไปจากเดิม เพราะเซิร์ฟเวอร์ของที่นี่สามารถทำงานและสำรองข้อมูลได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้นเอง พร้อมกับมีโซลูชันด้าน Business Continuity ให้อย่างเพียบพร้อมด้วย ซึ่งเราก็ได้แนะนำ SKALI Cloud ให้กับลูกค้าทุกรายที่กำลังมองหาวิธีการเรพลิเคต Offsite ของเขาด้วยซอฟต์แวร์ของเราอยู่””

ดร.เอ็ม.ซี.ซาจีฟ, ซีอีโอ, Microdium Limited
Back to Top

Follow us on Twitter and Facebook to receive updates regarding network issues, discounts and more.
2019 © SKALI Group.